farmstayญี่ปุ่น จังหวัดโอคายาม่า

farmstayญี่ปุ่น ที่ จังหวัดโอคายาม่า

ถ้าให้พูดถึงประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวเป็นเรื่องแรกๆ ไม่น่าจะพ้นเรื่อง อนิเมะ เทคโนโลยี ไอดอล และหนัง〇V(?)

แต่ที่จริงแล้ว ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ประชาชนทำอาชีพเกษตรกรอยู่เหมือนกัน โดยมีจำนวนประมาณ 1,680,000คน(ข้อมูลปี2019) อาจไม่เยอะเท่าประเทศไทยที่ว่ากันรว่ามีเกษตรกรอยู่ถึงประมาณมากกว่า 9ล้านคน

โดยที่จำนวนเกษตรกรของญี่ปุ่นเริ่มลดลงเรื่อยๆทุกปี แต่ว่าก็ยังมีเกษตรกรญี่ปุ่นที่คงวิถีชีวิตชนบทดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นเอาไว้ โดยจะมีวัฒนธรรมต่างๆที่ไม่เหมือนกับคนชาวเมือง

ครั้งนี้ เราจะพาทุกคนไปลองนอนที่ farmstayญี่ปุ่น นี้กัน โดยจะไปที่ จังหวัดโอคายาม่า

โอคายาม่าอยู่ที่ไหน

จังหวัดโอคายาม่า ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโอซาก้าเท่าไหร่นัก โดยเราสามารถนั่ง รถไฟชินกังเซ็น จากโอซาก้า(สถานีชินโอซาก้า) ไปถึงที่ สถานีโอคายาม่า ได้ในเวลาเพียงประมาณ 45 นาทีเท่านั้น และจากเกียวโตก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

สามารถเช็คถึงวีธีเดินทางได้คร่าวๆจากเว็บฯอย่างเป็นทางการของ จังหวัดโอคายาม่า

https://www.okayama-japan.jp/th/

farmstayญี่ปุ่น ที่จังหวัดโอคาย่ามา

ในครั้งนี้ที่จริงเราได้ไปเที่ยวที่อื่นกันมาก่อน เพราะที่ จังหวัดโอคายาม่า มีสถานที่ให้เที่ยวเยอะอยู่เหมือนกัน ที่มีชื่อเสียงก็ไม่น่าพ้น เมืองคุราชิกิ ที่เป็นเมืองเก่าแก่บรรยากาศดีๆ หรือจะเป็น กางเกงยีนส์Kojima ที่ชื่อเสียงโด่งดังไปถึงทั่วโลก

Kurashiki

หลังจากที่เราได้เที่ยวสถานที่เที่ยวดังๆของ จังหวัดโอคายาม่า เรียบร้อยแล้ว เราก็ได้ขับรถไป farmstay กัน

โดยการเดินทาง จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว แนะนำให้เช่ารถขับกัน

การเที่ยว farmstayญี่ปุ่น นั้นการเดินทางอาจจะยาก ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะที่ จังหวัดโอคายาม่า เท่านั้น การเที่ยว farmstayญี่ปุ่น ส่วนมาควรจะเช่ารถกันไปเอง เพราะว่าในชนบทนั้นไม่ค่อยมีรถไฟไปถึง ถึงมีรถบัสประจำทางไปถึงได้ก็จริง แต่ก็มีเพียงไม่กี่คัน ถ้าเกิดขึ้นไม่ทันแล้วเดี๋ยวจะไม่ได้เที่ยวกัน

เราเดินทางกันถึงที่ farmstay กันในช่วงบ่ายๆ เราก็ได้เริ่มทำกิจกรรมอย่างแรกของ farmstay ก็คือการไปขุดมัน

ทางบ้านพัก มีปลูกผักหลายชนิดอยู่ แต่กิจกรรมของเราในครั้งนี้คือการไปขุดมัน ซึ่งไม่ได้ยากมาก ได้บรรยากาศการใช้ชีวิตในชนบทของญี่ปุ่น คือว่าอากาศก็ดี (เราไปกันช่วงเดือนพฤศจิกายน) เย็นๆ และรอบข้างก็เป็นทุ่งนาและสวนพร้อมกับบ้านสไตล์ชนบทญี่ปุ่น แค่นี้ก็ฟินแล้วจริงๆ

ขุดมันที่ Farmstayญี่ปุ่น

หลังจากขุดมันขึ้นมาเสร็จเรียบร้อย ทางเจ้าของบ้านเขาก็ไปนำมันที่ขุดมาวันก่อนมาให้เราเผา โดยเหตุผลเพราะว่ามันที่เพิ่งขุดขึ้นมายังไม่สามารถกินได้เลย ต้องนำไปวางเพื่อให้สุกอร่อยได้ที่ก่อน เขาไม่ได้บอกเราว่ามันที่เขาให้เรามาเผานั้นใครเป็นคนขุด แต่ไม่แน่นะว่าอาจเป็นนักท่องเที่ยวคนอื่นที่ขุดขึ้นมา ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ คนก่อนๆขุดให้เรา ส่วนผลมันที่เราขุดนั้นก็จะไปถึงท้องคนอื่น

หลังจากเผามัน กินมันพร้อมบรรยากาศชนบทนอกบ้านเสร็จแล้วฟ้าก็เริ่มมืด ทางบ้านได้พาเราไปหาวัวที่ทางชุมชนนี้เป็นคนเลี้ยงอยู่ ลองไปให้อาหารดู

ความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชน

คือว่าในชุมชนนี้เป็นชุมชมที่มีเกษตรกรรวมตัวกันอยู่ในย่านเดียวกัน และโปรแกรมกิจกรรมต่างๆก็เป็นการร่วมมือของชุมชน ที่ไม่จำเป็นว่าถ้าเรานอนบ้านนี้ เราจะต้องทำแค่กิจกรรมที่บ้านนี้เป็นผู้จัด แต่ก็สามารถไปทำกิจกรรมของบ้านหลังอื่นได้ด้วยเหมือนกัน (แต่ต้องขับรถไปเองนะ) รู้สึกถึงความแน่นแฟ้นของชุมชนมากเลย ซึ่งถ้าไปเอง อาจไม่จำเป็นต้องถึงขนาดขับรถไปให้อาหารวัวก็ได้ เพราะต้องเดินทางไปๆมาๆ เราว่าอยู่บ้านอย่างเดียวก็ได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นชนบทมากมายแล้ว

กลับเข้าบ้าน กินซูชิม้วนเอง มีใครรู้จักเจ้าซูชิม้วนเองนี้หรือเปล่า ต้องเตรียมสาหร่าย ข้าว และเครื่องเคียงต่างๆอย่างเช่นปลาดิบ อาหารทะเลสดๆ ผัก โชวยุ วาซาบิ และเราก็มาใส่กับใส่ข้าวตามที่เราต้องการเอง อร่อยจริงๆ สนุกด้วยนะ เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้คุยกับเจ้าของบ้านด้วย

farmstayญี่ปุ่น วันแรกของเรานั้นยังไม่จบนะ หลังจากกินอิ่มเรียบร้อยก็มาถึงกิจกรรมวาดรูปลงจดหมาย ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใช้พู่กันเขียนหนังสือกันเก่ง มีการสอนเขียนตัวหนังสือโดยพู่กัน ทำให้มีเอกลักษณ์เวลาเขียนหนังสือหรือวาดรูป และเจ้าของบ้านหลังนี้ก็เก่งในเรื่องนี้ เขาเลยมาสอนเราวาดรูปลงจดหมาย แต่ละคนก็คิดกันว่าอยากได้รูปอะไร อยากได้ตัวอักษรประมาณไหน ถ้าพูดไม่ได้จริงๆก็ใช้กูเกิ้ลเอาเลยว่าอยากได้คำประมาณนี้ และทางคุณแม่ของบ้านนี้เขาก็จะคิดข้อความเจ๋งๆให้เราได้ และเราก็เขียนตามไป

นำกลับบ้านได้ด้วยนะ

farmstayญี่ปุ่น ของเราในวันนี้ก็เสร็จสิ้นตรงนี้ เข้าห้องน้ำ อาบน้ำในบ้านญี่ปุ๊่นญี่ปุ่น แล้วก็นอนกันสบายท้องเลย ซึ่งช่วงนี้(เดือนตุลาคม)เริ่มหนาว ทางบ้านมีใส่ Yutampo หรือคล้ายๆกับกระติกใส่น้ำอุ่นเอาไว้ใส่ในผ้าห่มให้ที่นอนมีความอุ่นให้เราด้วย นอนหลับสบายถึงเช้าเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น กินอาหารเช้า ทำข้าวเหนียวห่อถั่วแดงสไตล์ญี่ปุ่น(หรือเรียกภาษาญี่ปุ่นว่า Ohagi) ในอาหารเช้านี้มีเนื้อหมูป่าทอดด้วย แถบนี้มีหมูป่าอยู่เยอะ

สถานที่เที่ยวรอบๆ

กินอาหารเช้าเสร็จก็ถือว่าเสร็จกิจกรรม Farmstay เราก็บ๊ายบายกับคุณพ่อคุณแม่ของบ้านนี้และเดินทางไปเที่ยวกันต่อใน จังหวัดโอคายาม่า โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่ใบไม้แดงจะเริ่มมีโอกาสเปลี่ยนสีแล้ว แต่อาจเพราะเราไปเร็วไปหน่อย(ปลายตุลาคม) ถ้าไปช้ากว่านี้อีกสักหน่อยคือช่วงต้นพฤศจิกายน อาจได้เห็นใบไม้สีแดงสดกว่านี้

หุบเขา Okutsu kei
หุบเขา Okutsu kei

ที่ที่เราไปคือแถบเมือง Kagamino เป็นหุบเขา Okutsu kei และก็มีไปชมน้ำตก Iwai บรรยากาศดีมากๆ และถ้ามาชมน้ำตกนี้ตอนช่วงฤดูหนาว ก็จะได้เห็นน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งด้วย

ที่จริง เราคิดว่าจังหวัดโอคายาม่ามีที่ให้เที่ยวอีกเยอะแยะ อาจไม่ได้มีลานกางเต็นท์เยอะมากเท่าไหร่ แต่ตัวเมืองนั้นสวย มีความชนบท ผลไม้อร่อยมากด้วย ผู้คนก็น่ารัก และที่สำคัญ อยู่ไม่ไกลจากโอซาก้า เดินทางง่ายกว่าที่คิดเยอะมากๆๆ ใกล้กว่าฮิโรชิม่าอีก ขับรถไปเที่ยวก็ได้ นั่งรถไฟชิงกันเซ็นก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 40 นาทีเท่านั้นเอง ในเมืองมีจุดให้ช้อปปิ้ง โด่งดังเรื่องกางเกงยีนส์อีก โอย พูดไม่หมด

มาสัก1-3คืน นอน farmstay สักคืน ก็จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆกลับบ้านไปกันนะ

※ที่จริง ที่โอคายาม่า นั้นมีลานกางเต็นท์เหมือนกัน แต่ไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ ถ้ามีโอกาสไปจะมาแนะนำให้เพื่อนๆได้เห็นกันนะ

コメントする

メールアドレスが公開されることはありません。 が付いている欄は必須項目です