จังหวัดโคจิ เมืองลับเอาท์ดอร์ และเมืองเกิดของตัวเอกอนิเมะ BELLE #1

จังหวัดโคจิ เมืองลับเอาท์ดอร์ และเมืองเกิดของตัวเอกอนิเมะ BELLE ที่อาจยังไม่ป๊อปปูล่าในชาวไทยเท่าไหร่

Snowpeak Ochi Niyodo

เหตุผลหลักๆเลยอาจเพราะว่า เป็นเมืองที่เดินทางไปถึงได้ยากมาก โดยที่ถ้าจะเดินทางไปที่เมือง โคจิ นี้ เราจะต้องต่อเครื่องอย่างแน่นอน ที่ง่ายที่สุดก็คือบินไปลงที่สนามบินฮาเนดะ และเปลี่ยนเครื่องในประเทศ เพื่อมาลงที่สนามบิน โคจิ

จังหวัดโคจิ ตั้งอยู่ในเกาะ Shikoku ที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น

โดยเป็นเกาะเล็กๆและมีจังหวัดที่อยู่ในเกาะนี้ทั้งหมด 4 จังหวัด คือจังหวัดคากาวะ จังหวัดเอฮิเมะ จังหวัดโทคุชิมะ และจังหวัดโคจิ

การเดินทางในจังหวัดโคจิ มีรถราง รถไฟ รถเมล์ประจำทางให้ใช้ แต่ก็ไม่ได้ทั่วจังหวัด ถ้าต้องการจะเที่ยวให้ครบจังหวัดก็ควรจะใช้รถส่วนตัว

https://visitkochijapan.com/th

เราได้เดินทางไปที่ จังหวัดโคจิ ครั้งแรกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปี2019

ในครั้งนั้น ทางจังหวัดได้เชิญเราไปขี่จักรยาน เพราะว่าจังหวัดมีการทำโปรโมทเรื่องการท่องเที่ยวโดยใช้จักรยานอยู่พอดี และครั้งนั้นก็ทำให้เราได้รู้ว่า จังหวัดโคจิ นั้นเป็นจังหวัดที่เหมาะกับการเที่ยวในสไตล์เอาท์ดอร์เป็นอย่างมาก ซึ่งในช่วงนั้น ชาวต่างชาติทางฝั่งยุโรปเริ่มรู้จักกันแล้วในระดับหนึ่ง

ครั้งนี้ เราได้พาจักรยานพับไปด้วย โดยลงที่สนามบินนาริตะ แล้วไปพักที่บ้านในโตเกียวก่อน และค่อยไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินฮาเนดะต่อ จักรยานพับของเราก็ขึ้นเครื่องได้ปกติ(มีจ่ายค่าน้ำหนักนิดหน่อย) และตอนนั่งรถบัสจากสนามบินเข้าเมือง ก็สามารถใส่ลงใต้ท้องรถได้สบายๆ

รถลิมูซีนนาริตะ
รอขึ้นรถเข้าโตเกียว

หลังจากพักที่บ้านในโตเกียวเรียบร้อยและเดินทางถึงที่ จังหวัดโคจิ ตอนนั้นเวลาก็เริ่มเย็นๆแล้ว เราก็เข้าเช็คอินที่โรงแรมก่อน และในช่วงที่เราไปนั้นมีงานของ Team Lab จัดที่ปราสาทโคจิอยู่พอดี เราก็เลยลองเดินไปดู

มีค่าบัตรเข้าไม่แพงเท่าไหร่แต่จำราคาไม่ได้ ดีมากๆ อยากให้มีจัดอีก ไม่แน่ใจว่าเมื่อเดินทางได้แล้วจะมีจัดให้เราได้ดูอีกไหม

Team Lab ปราสาทโคจิ
Team Lab ปราสาทโคจิ
Team Lab ปราสาทโคจิ

หลังจากนั้น ที่ใกล้ๆกับปราสาทก็มีสถานที่ที่ถ้าใครมานอนที่ในตัวเมืองโคจิ ก็ต้องมาให้ได้ ซึ่งที่นั่นก็คือ “ตลาดฮิโรเมะ”

ตลาดฮิโรเมะ

เป็นตลาดที่มีร้านต่างๆรวมอยู่ข้างใน ทั้งร้านอาหาร อิซากายะ โดยเป็นการนั่งแบบมั่วๆ จะนั่งที่ไหนก็ได้ ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คล้ายกับฟู้ดคอร์ทในประเทศไทย แต่นี่คือเป็นแนวอิซากายะ วันรุ่งขึ้นต้องรีบเดินทาง แต่ว่าพอได้เข้ามาเจอบรรยากาศของตลาดนี้แล้ว ก็ทนไม่ไหว ต้องดื่ม!

ตลาดฮิโรเมะ
ตลาดฮิโรเมะ
ตลาดฮิโรเมะ

วันแรกพอแค่นี้ก่อน แต่เริ่มไม่อยากเดินทางไปไหนแล้ว หลงรักเมืองโคจิไปเป็นที่เรียบร้อย

เริ่มปั่นจักรยาน!

วันรุ่งขึ้น เดินทางออกจากโรงแรม นำจักรยานขึ้นรถ และเดินทางไปที่ท่าเรือเล็กๆ เพื่อขึ้นเรือข้ามแม่น้ำเดินทางไปที่โซนของชายหาด Katsura Hama โดยที่จริงแล้วสามารถปั่นจักรยานข้ามไปก็ได้เหมือนกัน แต่ว่าสะพานที่ข้ามนั้นแคบมาก เราก็ตัดสินใจกันว่าอาจจะอันตราย เลยมาเริ่มปั่นกันจากท่าเรือและข้ามเรือเอา

ขึ้นเรือข้ามแม่น้ำ มีรถคันอื่นขึ้นพร้อมเราอยู่ 2-3 คัน กับจักรยานอีก 1 คัน

พอข้ามมาแล้ว เราก็งงๆว่าเราอยู่กันตรงไหน หาทางปั่นก่อน มีทำการบ้านมาแล้วแต่ก็ยังงงๆอยู่ดีเพราะเคยมา จังหวัดโคจิ ครั้งแรก

ลองขี่ไปเรื่อยๆ ก็ได้คิดว่าน่าจะถูก แล้ว ปลายทางแรกของเราก็คือชายหาด Katsura Hama ที่เป็นจุดท่องเที่ยวหลักของ จังหวัดโคจิ ที่มีรูปปั้นของ เรียวมะ อยู่

จังหวัดโคจิ = เรียวมะ?

ใครบ้างที่เคยได้ยินชื่อของเรียวมะบ้าง เป็นบุคคลสำคัญอันดับต้นๆคนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ที่ทำให้ญี่ปุ่นได้เกิดยุคใหม่ที่เรียกว่า ยุคเมจิ ขึ้นมา

ก่อนนั้น ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ปิดประเทศ ไม่รับชาวต่างชาติ แต่เรียวมะก็เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความคิดใหม่ๆ อยากจะเปลี่ยนประเทศของตนเอง และได้ลุกขึ้นสู้ และเรื่องราวของเขาก็ได้ถูกเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยถูกนำไปทำเป็นละครมาหลายครั้งแล้ว

รูปปั้นของเรียวมะที่ถูกเรียกว่าเป็นที่ที่ต้องไปดูให้ได้ อยู่ที่หาด Katsurahama ในจังหวัดโคจินี้ ซึ่งบรรยากาศตรงชายหาดก็สวยงามดี อาจไม่มีร้านขายของมากมายเท่าไหร่(มีร้านเก่าๆเปิดบ้างไม่เปิดบ้างอยู่) แต่ก็ได้อารมณ์สถานที่ท่องเที่ยวแบบญี่ปุ่นๆที่คนไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นัก

ที่ชายหาดนี้ นอกจากรูปปั้นเรียวมะ ป่าสน และชายหาดแล้ว ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเล็กๆด้วย ครั้งนี้เราไม่ได้เข้าไป ก็เลยแค่ถ่ายรูปด้านหน้ามาเป็นที่ระลึก

เสร็จจากชายหาด Katsura Hama แล้ว ก็ขี่จักรยานเลียบทะเลต่อ

Kuroshio Line Kochi

ช่วงที่เราไปคือเดือนพฤศจิกายน วันนั้นแดดก็ดี ทำให้อากาศเย็นสบายมาก ไม่หนาว

ระหว่างทาง เราได้เจอร้านขายอาหารแปรรูปจากทะเล ตอนนั้นเริ่มหิวแล้ว เราก็เลยซื้อปลาหมึกแผ่นตากแห้ง อร่อยมากกกๆๆ เป็นเสบียงเคี้ยวกินได้ดีมาก

หลังจากปั่นริมทะเลเรียบร้อยแล้ว เราเริ่มเข้าไปปั่นเข้าภูเขา ซึ่งเป็นทางเลียบแม่น้ำ Niyodo โดยเริ่มจากสวน Hakawa

หลังจากได้ขี่ไปได้ช่วงหนึ่ง ก็ได้เจอกับจุดพักรถ ที่โด่งดังในเรื่องทำกระดาษทำมือ ที่เราสามารถไปทดลองทำกลับบ้านได้ด้วย แต่เราไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่เลยซื้อกลับ และก็ซื้อไอศครีมมากินกันแก้เหนื่อย

ที่จังหวัดโคจินี้ มีไอศครีมยี่ห้อ “โคจิ” ด้วยนะ ถ้าใครเจออยากให้ลองแวะซื้อดู เรื่องรสชาติต้องลองกันเอง มีหลายรสมากๆ หากินที่อื่นไม่ค่อยได้นะ

แม่น้ำ Niyodo เป็นแม่น้ำที่ว่ากันว่าน้ำใสมาก ครั้งนี้เราได้ปั่นแค่ช่วงรอบนอกเท่านั้น แต่ถ้าใครต้องการไปชมจุดต้นน้ำ คิดว่าเผื่อเวลาไว้อีกหน่อย และขับเข้าไป เดินเขาเข้าป่าอีกนิดๆ ก็จะได้เจอน้ำที่ใสเป็นสีฟ้าสวย จนชาวต่างชาติเรียกกันว่า Niyodo Blue กันเลย

ช่วงที่เราปั่นเลียบแม่น้ำ Niyodo เมฆเริ่มมา ฟ้าเริ่มเทา อากาศเริ่มเย็น

แต่ก็ยิ่งดี เพราะเราเริ่มปั่นเยอะขึ้นแล้ว เริ่มเหนื่อย การที่อากาศเริ่มเย็นๆก็ช่วยให้เราปั่นได้สบายขึ้นมาก

ระหว่างทางมีสะพาน Chinka Bashi ที่เป็นสะพานจมน้ำได้ โดยที่จะไม่มีเสากั้น เพื่อให้สะพานไม่ถูกแม่น้ำซัดไปเวลาน้ำขึ้น

เราก็ต้องลองไปถ่ายรูป และคือน่ากลัวว่าจะตกสะพานหรือเปล่ามากเลย

ลานกางเต็นท์ snowpeak

จุดหมายสุดท้ายในการปั่นจักรยานของเราในวันนี้ คือลานกางเต็นท์ของ snowpeak

snowpeak เป็นแบรนด์อุปกรณ์เอาท์ดอร์ชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ตอนนี้เริ่มเปิดตลาดไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งก็ได้มีลานแคมป์ปิ้งของตนเองในญี่ปุ่นอยู่หลายแห่ง โดยแค่ที่ จังหวัดโคจิ เท่านั้นก็มีอยู่ 3 แห่ง โดยวันนี้เรามาหยุดที่ลาน Snowpeak Ochi Niyodogawa

เป็นลานกางเต็นท์ที่มี shop ของ snowpeak ด้านในด้วย และก็สามารถมาเช่าเต็นท์ก็ได้ หรือจะนอนในบ้านไม้ที่เป็นที่นิยมกันมาก ที่เขาเรียกกันว่า Jyubako และก็มีกิจกรรมอย่างการขี่จักรยาน หรือล่องแก่งให้เข้าร่วมด้วย (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และจำเป็นต้องทำการจองก่อน)

ลานกางเต็นท์ snowpeak ochi niyodo
ลานกางเต็นท์ snowpeak ochi niyodo

เสียดายที่เราไม่ได้พักที่นี่ในวันนี้ แต่ก็ได้ใช้เวลาอยู่ที่ลานนี้นานอยู่เหมือนกัน เพราะบรรยากาศดีมาก ตัวลานติดกับแม่น้ำ Niyodo และมีภูเขาตั้งอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ

เริ่มเห็นภาพแล้วใช่ไหม ว่าอากาศและทรรพยากรธรรมชาติของจังหวัดนี้ น่าเที่ยวในสไตล์เอาท์ดอร์ขนาดไหน

ลานแคมป์ปิ้ง Snowpeak Ochi Niyodogawa : https://sbs.snowpeak.co.jp/ochiniyodogawa/

พอปั่นเสร็จเรียบร้อย เราก็เปลี่ยนจากการปั่นจักรยานไปเป็นการขับรถเข้าไปในเมือง Susaki แต่ก่อนนั้น มีวัดหนึ่งที่ทางการท่องเที่ยว จังหวัดโคจิ อยากให้เราได้แวะเพราะขึ้นชื่อในเรื่องของใบไม้เปลี่ยนสี

จำชื่อวัดไม่ได้เหมือนกัน แต่จำได้ว่าอยู่ในเมืองชื่อว่า Sakawa

เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสาเก มีโรงกลั่นสาเกโบราณ ที่ปัจจุบันนี้ก็ยังผลิตสาเกให้ทุกคนได้ดื่มกันอยู่

แต่ว่าตอนเราเดินทางไปถึง เริ่มเข้าสู่ช่วงเย็นแล้ว โรงกลั่นสาเกไม่เปิด แต่พอดีร้านขายของฝากร้านหนึ่งที่ปรับปรุงจากโรงสาเกยังเปิดอยู่ เราเลยลองเข้าไป

สรุปก็ได้ซื้อนมสดขวดน่ารักๆมาลองดื่ม ไม่ได้ลองสาเกเลย

วัดก็อยู่ติดๆกันกับโซนโรงสาเกเลย เป็นวัดขนาดไม่ใหญ่นัก ตอนเราไปไม่มีคนเลย ใบไม้แดงสวยอยู่ ไม่ได้อลังการและยิ่งใหญ่เหมือนวัดชื่อดังทั้งหลาย แต่บรรยากาศดีมาก และตอนนั้นก็เริ่มหนาวมากแล้วด้วย

เสร็จธุระเรียบร้อยวันนี้ ก็นั่งรถต่อเข้าไปที่เมือง Susaki เพื่อเข้าพักที่โรงแรม Susaki Prince Hotel

เป็นโรงแรมสไตล์ Business Hotel ห้องไม่เล็ก นอนสบาย ทำเลดี ข้างโรงแรมมีร้านขนมปังอร่อย รอบๆมีร้านสะดวกซื้อ

และถ้าสำหรับนักปั่น ที่โรงแรมนี้ก็มีจุดให้ได้ปรับแต่ง หรือซ่อมจักรยาน ให้กับคนที่ได้เข้ามาพักด้วยนะ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรม Bandaga แล้ว *ข้อมูลปี 2022)

วันนี้จบเพียงเท่านี้ก่อน

วันต่อไป เราจะไปปั่นกันในโซนแม่น้ำที่ยาวที่สุดในภูมิภาค Shikoku “แม่น้ำ Shimanto” กันครับ

コメントする

メールアドレスが公開されることはありません。 が付いている欄は必須項目です