ยาคุชิมะ

เดินป่าญี่ปุ่น อาบป่า ไล่ล่า สนพันปี กับต้นมอสส์ที่เกาะมรดกโลก ยาคุชิมะ (Yakushima)

ยาคุชิมะ ครั้งนี้ ได้เจอทั้งมอสส์ และ สนพันปี รวมถึงประวัติศาสตร์ของเกาะนี้

ทีมงานได้เดินทางไปที่เกาะ ยาคุชิมะ นี้ในช่วงเดือนมีนาคมปี 2023 ที่ผ่านมา โดยที่จริงแล้วเกาะนี้จะสวยในช่วงที่มอสส์มีความเขียวขจีก็คือช่วงหลังจบฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) และช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงฤดูร้อนก็คือประมาณเดือนสิงหาคม ป่าในเกาะนี้ก็จะเต็มไปด้วยสีเขียวสดใส ได้อาบป่า บำบัดความเครียดที่เกิดจากตัวเมืองกันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ทางเราก็เลยเลือกที่จะเดินทางกันไปในช่วงเดือนมีนาคม (ที่จริงแล้วอยากรีบไปแต่กลัวเดือนกุมภาพันธ์หนาวเกิน 55)

สนพันปี โจมงซุงิ (Jomon Sugi)

ยาคุชิมะ

สนพันปี ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของเกาะนี้ เขาว่ากันว่ามีอายุอยู่ประมาณ 2,170-7,200 ปี ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าทำไมตัวเลขดูต่างกันเหลือเกินทั้งๆที่เป็นต้นไม้ต้นเดียวกัน

คือเรื่องมีอยู่ว่า มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ได้เข้ามาสำรวจ และวิธีการสำรวจนั้นมีหลากหลายรูปแบบ การสำรวจในทางวิทยาศาสตร์ก็ได้ผลว่าเป็นประมาณ 2,170 ปีแต่ว่าในส่วนกลางต้นนั้นกลวง ก็ไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าผลสำรวจที่ออกมาที่ 2,170 ปีนั้นจริงแท้หรือเปล่า ก็เลยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอายุเป็นกี่ปีกันแน่ ก็เลยยังต้องบอกกันว่าเป็นต้นสนที่มีอายุ 2,170-7,200 ปีกันต่อไป

เจ้า สนพันปี ต้นนี้มีชื่อว่า 縄文杉 (โจมงซุงิ) ซุงิ นั้นแปลว่าต้นสน โจมง เป็นชื่อของยุคสมัยหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยที่มาของชื่อนี้ก็เพราะว่ามีนักเขียนคนหนึ่งตั้งชื่อเรียกต้นนี้ขึ้นมาโดยในตอนนั้นต้นสนนี้ถูกเดาว่าน่าจะมีอายุมากกว่า 4,000 ปี

ซึ่งตรงกับช่วงยุคสมัยโจมงพอดี ก็เลยเรียกว่า “ต้นสนต้นนี้ได้มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่สมัยโจมง” และชื่อ “โจมงซุงิ” ก็ถูกเผยแพร่ไปตามหนังสือพิมพ์หลากหลายแห่ง จนคนส่วนมากเรียกกันติดปาก จนกลายเป็นชื่ออย่างเป็นทางการแล้วในปัจจุบัน

โดยคนที่มาเที่ยวที่ ยาคุชิมะ นี้ส่วนมากก็มีความต้องการที่อยากจะมาพบกับต้นสนที่อลังการที่สุดในญี่ปุ่นนี้กัน

ยาคุชิมะ

ยาคุชิมะ อุณหภูมิเป็นอย่างไรบ้าง

ครั้งนี้ เราเดินทางมาที่เกาะ ยาคุชิมะ นี้ในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นฤดูที่เราคิดว่าอากาศกำลังดีไม่หนาวไปร้อนไป และที่สำคัญไม่มีพายุมากเท่าไหร่

การเที่ยวที่ญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่เรากลัวและไม่อยากเจอมากเป็นอันดับต้นๆคือ หนึ่ง=พายุ สอง=รถติด และสาม=เงินเยนแพง (555) ช่วงนี้เงินเยนไม่แพงเท่าไหร่เราเที่ยวกันได้ถือว่าสนุกอยู่เลยทีเดียว

เรื่องพายุ เป็นเรื่องที่ไม่อยากเจอที่สุดจริงๆ เพราะเมื่อเทียบกับอีกสองข้อแล้วนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด รถติด โอเค น่าเบื่อแถมยังทำให้เวลาเที่ยวน้อยลง หงุดหงิดอีก ทำไมประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่นนั้นถึงยังมีความรถติด!! ก็บ่นกันเข้าไปเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้อันตรายมากนัก(อาจมีโอกาศเกิดอุบัติเหตุบ้าง แต่ก็ยังถือว่าพอระวังได้) ส่วนเรื่องเงินเยนแพงนั้น อันนั้นคือไม่อันตรายและไม่อะไรเลย แค่เงินเราจะหมดเร็วขึ้นเท่านั้นเอง

แต่การที่พายุเข้านั้น ทำให้เราไม่ได้เที่ยว แถมยังอันตรายด้วยเช่นกัน ฉะนั้นเราก็จะพยายามหลีกเลี่ยงช่วงที่พายุเข้าญี่ปุ่นบ่อย ที่น่ากลัวที่สุดน่าจะอยู่ที่ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน ถ้าหลีกเลี่ยงได้เราก็อาจหลีกเลี่ยงช่วงนั้น แต่บางทริปที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆก็อาจต้องเสี่ยงกันหน่อยนึง

เอาล่ะ ช่วงเดือนมีนาคมของเกาะ ยาคุชิมะ นั้นเป็นอย่างไรบ้างลองมาดูกราฟด้านล่างนี้กัน

จำนวนฝนที่ตก (แท่งสีฟ้าเข้ม=เกาะยาคุชิมะ แท่งสีฟ้าอ่อน=โตเกียว) จะเห็นว่าที่เกาะยาคุชิมะนั้นฝนตกเยอะกว่าโตเกียวทั้งปี

ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าในช่วงเดือนมิถุนายนนั้นฝนตกเยอะมาก ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เริ่มเข้าฤดูของพายุ และพอจบเดือนกันยายนฝนก็จะเริ่มตกน้อยลงเข้าหน้าแล้ง(ที่ไม่ได้แล้งจริง) ไปจนถึงช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ และจะเริ่มมาตกเยอะอีกนิดในช่วงเดือนมีนาคม โดยที่จะเป็นช่วงที่ต้นมอสส์และต้นไม้ในเกาะนั้นจะเริ่มกลัยมามีความเขียวขจีมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทีมงาน KYU CAMP ได้เลือกเดือนนี้ให้เป็นเดือนที่อยากจะพาทุกคนไปชมบรรยากาศราวกับนิยายของเกาะนี้กัน

ส่วนเส้นสีแดงและสีน้ำเงิน เป็นเส้นบอกถึงอุณหภูมิในเกาะ ยาคุชิมะ (เส้นประคือของโตเกียว) ก็จะเห็นว่าในช่วงเดือนมีนาคมนั้นอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 20 องศาฯ กำลังดีเลย

ยาคุชิมะ

ยาคุชิมะ เกาะแห่งฝน

ได้เห็นกันไปแล้วว่า เกาะยาคุชิมะ มีฝนตกเยอะมากตลอดปี โดยแทบเป็นไปไม่ได้เลยกับการที่เราจะหนีฝนเมื่อมาเที่ยวกันในเกาะแห่งนี้ ฉะนั้นก็ต้องมีชุดกันฝนกันมาทุกคน ถ้าไม่มีลำบากแน่ๆ แนะนำให้ทุกคนเตรียมเสื้อกันฝนที่เชื่อใจได้มากัน ถ้าเกิดฝนซึม ตัวเปียกฝนมากเมื่่อไหร่หมดสนุกทันที

ซึ่งนอกจากเสื้อกันฝนแล้ว กางเกงกันฝน รองเท้าเดินป่ากันน้ำ และที่ครอบกระเป๋ากันน้ำ ก็จำเป็นเช่นกัน เพราะถ้ากางเกงเปียกก็จะทำให้หนาวได้ รองเท้าเปียกยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะเราใช้เวลาเดินเกิน10ชม. พอเท้าเปียก นอกจากหนาวแล้วก็จะทำให้หนังของเท้านิ่มและรองเท้ากัดง่ายขึ้น ไม่มีอะไรดีเลย

ส่วนตัวครอบกระเป๋าก็ควรมี เพราะถ้าฝนซึมเข้าไปถึงของที่อยู่ในกระเป๋า โอกาสที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียก็มี และถ้าเรานำเสื้อกันหนาวมาด้วยและเสื้อเปียกขึ้นมาจะทำให้ไม่มีเสื้อมาช่วยกันความหนาวได้เลย แถมเมื่อกระเป๋าเปียกแล้วก็จะอุ้มน้ำทำให้กระเป๋าหนักมากขึ้นอีก

1.เสื้อ/กางเกงกันฝน
2.รองเท้าเดินป่ากันน้ำ
3.ที่คลุมกระเป๋ากันน้ำ
3สิ่งนี้ เตรียมไปกันด้วยนะครับ

ยาคุชิมะ

โอเค แล้วเราก็มาเริ่มเดินป่าวันแรกกันเพื่อไปหา สนพันปี กันก่อน

ยาคุชิมะ : เริ่มเดินป่า ประมาณ 22 กม. จุดเป้าหมายของเราก็คือ สนพันปี Jomon Sugi

การเดินทางไปหา สนพันปี นั้นมีหลายเส้นทางที่สามารถเดินได้ ซึ่งครั้งนี้เราได้เดินรูทที่ถือว่าเดินได้ง่ายที่สุดและใช้เวลาไม่เยอะเท่าไหร่ (แต่ก็เดิน 10 ชม. อยู่ดี) ก็คือรูทเดินไป-กลับทางเดียวกันจากทางเดินป่า Arakawa (荒川登山口)

โดยจะเดินกันทั้งหมดประมาณ 22 กม. และมีเดินขึ้นความสูงประมาณ 700 เมตร ซึ่งถือว่าไม่น้อยเท่าไหร่ เหนื่อยอยู่เหมือนกันสำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ

แต่ถ้าเกิดว่าเป็นคนที่ชอบเดินป่า หรือชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็น่าจะสนุกกำลังดีเลยครับ

ตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อมานั่งรถบัสประจำทาง เพื่อเริ่มเดิน

ยาคุชิมะ

ถ้าเราต้องการเดินในรูทไปกลับ 22 กม. เพื่อไปพบกับเจ้าต้นสนพันปี หรือ 7,200 ปีนี้ ตอนเช้าเราต้องรีบตื่นเพื่อเดินทางออกมาจากที่พัก อย่างน้อยไม่ควรจะเกินตี 5 เพื่อมาถึงที่จุดขึ้นรถบัสที่จะพาเราเข้าไปในจุดเริ่มเดิน โดยทางเกาะมีกฎห้ามรถอื่นนอกจากรถบัสของเกาะนั้นเข้าไป เพื่อทำการรักษาธรรมชาติให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยยังสามารถให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวกันได้

โดยควรจะรีบมาก่อนในตอนเช้า ไม่อย่างนั้นเมื่อคนเยอะเมื่อไหร่เราก็จะเริ่มเดินกันได้ช้ายิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ควรระวัง ถ้าเกิดต้องการนั่งรถบัสขากลับด้วย ยิ่งต้องรีบมาเดิน ไม่อย่างนั้นโอกาสจะตกรถบัสขากลับได้ อาจทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มในการเรียกแท็กซี่กัน ไม่คุ้ม

ช่วงแรกในการเดิน ผ่านรางรถไฟเก่า

ยาคุชิมะ เกาะแห่งการค้าขายไม้ ในช่วงแรกๆ จะได้เดินบนทางรถไฟไม้เก่า ซึ่งในสมัยก่อน บนเกาะยาคุชิมะนั้นเป็นเกาะที่ได้มีการตัดไม้ออกไปใช้เยอะมาก ในช่วงนั้นก็มีคนอาศัยอยู่ มีหมู่บ้าน มีโรงเรียนที่อยู่ในป่าเลย เพื่อรองรับคนที่เข้ามาทำงานตัดไม้ ซึ่งในปัจจุบันงานตัดไม้ก็ถูกยกเลิกไป กลายมาเป็นพื้นที่อนุรักษ์ และคนที่เคยอยู่อาศัยในป่านี้ก็ไม่มีงานทำแล้ว ทุกคนแยกย้ายออกไปที่อื่นกันหมดแล้ว และรางรถไฟนี้ ก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยนั้นเพื่อทำการขนไม้ออกไปสู่นอกป่า

ยาคุชิมะก็ยังพอเหลือบรรยากาศที่ให้เราได้เห็นว่าตรงไหนเคยเป็นโรงเรียน ตรงไหนเคยมีคนอยู่บ้าง เห็นแล้วทึ่งมากๆ

โดยทางเดินที่เป็นรางรถไฟนี้ จะมีความยาวประมาณ 8.5 กม. รอบข้างมีวิวทิวทัศน์เป็นป่าลึกที่มีกลิ่นอายของการที่คนเคยมาตัดไม้กัน ได้อิ่มไปกับประวัติศาสตร์และความน่าทึ่งของธรรมชาติ และยังไม่ต้องเดินขึ้นมากเท่าไหร่ ไม่เหนื่อย แต่เส้นทางจะยาวหน่อย

เริ่มเดินขึ้น

พอผ่านจากโซนที่เป็นทางรถไฟเก่าแล้ว ก็จะเข้าถึงจุดที่ต้องเริ่มเดินขึ้นกันแล้ว จากนี้จะเริ่มเหนื่อย เพราะต้องเดินขึ้นอย่างเดียวเลยในระยะทางประมาณ 2.5 กม. และต้องเก็บความสูงถึงเกือบ 500 เมตร ในระยะทางไม่ถึง 3 กม.

ยาคุชิมะช่วงนี้ ทางเดินก็จะมีทั้งไม้ที่ทางเกาะได้เตรียมไว้ให้เดินกันได้ง่ายขึ้น ส่วนหิน ก็มีการจัดเรียงให้เดินไม่ยากเกินไป

ส่วนบรรยากาศหรอ ไม่ต้องพูดถึงเลย ดีมาก

ยิ่งถ้าเกิดมีฝนตกในวันก่อนที่เราได้มาเดิน ป่าจะเปล่งประกายสีเขียวออกมาให้เราได้เห็นกันสวยงามมาก ทั้งใบไม้ ต้นมอสส์ที่ขึ้นอยู่ตามหินหรือต้นไม้ รวมถึงต้นไม้เองที่เมื่อมีความชื้นแล้วก็จะมีความเปล่งปลั่งราวกับเพิ่งไปทำฟิลเลอร์มา!

ถ้าได้ลองเข้าไปจับตัวต้น และลองฟังเสียงของต้นไม้ ก็จะได้ยินเลยว่าภายในต้นไม้นั้นมีน้ำที่กำลังไหลผ่านอยู่ ราวกับได้ยินเสียงหายใจของป่าเลย

ระหว่างทางจะได้พบกับต้นไม้หลากหลายสายพันธ์ และต้นสนที่มีอายุเกินพันปีหลากหลายต้น

ยาคุชิมะ

ตอไม้รูปหัวใจ

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของรูทนี้ ก็คือตอไม้รูปหัวใจ ซึ่งเป็นต้นไม้เก่าที่ถูกมนุษย์โค่นไปประมาณเมื่อ 400 ปีก่อน โดยมีขนาดใหญ่มาก สามารถมุดเข้าไปด้านล่างของต้นไม้ได้ พอเข้าไปแล้วและมองขึ้นมาด้านบนก็จะเห็นเป็นรูปหัวใจ ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติร่วมสร้างมากับมนุษย์ (เพราะมนุษย์เป็นคนตัดไม้ออกไป)

ในระหว่างทางนั้นก็จะได้พักกันเรื่อยๆ บางครั้งต้องพักใส่เสื้อถอดเสื้อบ้างเพราะฝนอาจตกๆหยุดๆ และก็จะได้ทานอาหารกลางวันกันระหว่างทางเดิน โดยที่ถ้าใครที่มากับทีมงาน KYU CAMP เราก็จะมีอาหารเตรียมให้เป็นข้าวปั้น

ของกินเล่น จะต้องเตรียมกันมาเอง อย่างเช่นช็อคโกแลต หรือขนมต่างๆ

ยาคุชิมะ

จุดสุดท้าย สนพันปี Jomon Sugi

หลังจากเดินมาเป็นเวลาเกิน 5 ชม.แล้ว เราก็จะได้พบกับต้นสนดึกดำบรรพ์ Jomon Sugi

รอบต้นจะถูกล้อมด้วยบันไดไม้ ให้เราได้สามารถเข้าชมต้นไม้ได้ใกล้ๆ โดยไม่ทำร้านรากต้นไม้ จุดนี้ บางคนอาจเหนื่อย บางคนอาจดีใจ บางคนอาจร้องให้ บางคนอาจตื่นเต้น บางคนอาจคิดถึงใคร เป็นจุดที่เหมือนจะทำให้มนุษย์ได้จัดการกับอารมณ์ตนเอง ถึงแม้ต้นไม้ไม่สามารถพูดออกเสียงได้ แต่ไม่รู้ทำไมว่าหลากหลายคนได้รู้สึกว่าต้นไม้ต้นนี้ได้คุยกับเรา ซึ่งไม่ใช่กับแค่ต้น Jomon ต้นเดียวเท่านั้น ว่ากันว่าคนที่มาบ่อยๆจะมีสนพันปีประจำตัวเอง ต้นไหนถูกใจ ก็จะกลับมาเดินเพื่อพบอีกครั้ง

เสียดายที่ตรงนี้ไม่มีที่ให้นั้ง ไม่อย่างนั้นก็น่าจะอยากนั่งอยู่นานๆ

ยาคุชิมะที่เป็นบ้านของสนอายุเกินพันปีนี้ให้บรรยากาศที่ไม่สามารถเจอได้ที่อื่น

อาจไม่ได้เห็นวิวเทือกเขาแนวแอลป์มากมาย ไม่ได้มีหิมะปกคลุมเยอะ แต่การที่เราสามารถเข้ามาในโลกที่มีชีวิตหลายพันปีจริงๆนั้น ทำให้เราได้รับรู้ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้กลับไป

การที่ต้นไม้มีชีวิตอยู่ได้เกินพันปีจำนวนหลากหลายต้นนั้น คือสิ่งที่ไม่ธรรมดา

และตอนนี้เราก็ได้มายืนอยู่ในป่าสุดแสนอัศจรรย์นี้กันแล้ว

ยาคุชิมะ
ต้นสน ที่กำลังจะเติบโต ไปสู่สนพันปี ถ้ามนุษย์ช่วยกันรักษาไปพร้อมกันด้วย

ยาคุชิมะ ลาก่อน

ตอนขากลับ ก็ใช้เวลาน้อยกว่าขาเดินขึ้น แต่ก็จะเริ่มเหนื่อย และเราต้องเดินผ่านทางรางรถไฟเก่าที่มีความยาวเกือบ 9 กม. อีกครั้ง ต้องระมัดระวังลื่นเป็นพิเศษด้วยเพราะเมื่อทางเปียก และรางรถไฟมีทั้งไม้และเหล็ก โอกาสลื่นจะเยอะทีเดียว

ซึ่งขากลับ ถ้ากลับมาทันรถบัสก็แนะนำให้นั่งรถบัสกลับกัน แต่ถ้าช่วงไหนคนเยอะ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่แจกบัตรให้เรารอรถ เราก็รับบัตรมาเพื่อรอคิวรถบัส เพราะไม่สามารถยืนต่อแถวกันได้ ทางรถบัสเลยต้องใช้เป็นบัตรคิวเอา

เที่ยวสุดท้ายคือ 17:45 นะครับ

ยาคุชิมะ

นี่ก็เป็น 1 วัน ในการได้ไปเดินหาสนพันปี และสน 7,200 ปี (Jomon Sugi) ซึ่งเป็นการเดินป่าวันแรกของทริปที่ทาง KYU CAMP จะจัดขึ้นในช่วงวันที่

①22-25 มีนาคม 2024
②25-28 มีนาคม 2024

สามารถดูรายละเอียดทัวร์ได้จากลิงค์นี้เลยครับ

Yakushima Trekking : เดินป่ามรดกโลก ล่าสนพันปี เกาะยาคุชิมะ – KYU CAMP

ซึ่งอีกวัน เราจะไปที่ป่ามอสส์ Shiratani Unsuikyo (白谷雲水峡) กันด้วยเหมือนกัน

จะมารีวิวป่ามอสส์อีกโพสท์หนึ่ง แล้วเจอกันครับ

ยาคุชิมะ Love you!

コメントする

メールアドレスが公開されることはありません。 が付いている欄は必須項目です